workshop

Last updated: Nov 12, 2019  |  263 Views  |  relearn

workshop

ผ่านไปแล้วกับเวิร์กชอป 5 จังหวัด ซึ่งเป็นโมดูลแรกที่เราชวนพ่อแม่มาเรียนรู้ด้วยกัน

ตอนนี้มีเวิร์กชอปที่ลงลึกกับทุกตัวอักษรของ SEARCH model ที่ร้านหนังสือและพื้นที่เรียนรู้ Fathom Bookspace ใครสนใจ ลงทะเบียนไปเจอกันได้

สำหรับเวิร์กชอป 5 จังหวัดที่ผ่านไปแล้วเราตั้งหัวข้อว่า ‘เติมความเป็นโค้ชให้พ่อแม่’ เวิร์กชอป 2 วันที่เปิดรับรอบละ 30 คน มีพ่อแม่สมัครกันมาพื้นที่ละกว่า 120 คน

ทำไมพ่อแม่ต้องโค้ช เครื่องมือโค้ชมันน่าสนใจยังไงสำหรับตัวพ่อแม่และเด็กๆ ขอยกตัวอย่างบรรยากาศที่จังหวัดขอนแก่น ที่เราบันทึกไว้ มาเล่าที่นี่อีกครั้งค่ะ

เราเปิดวงคุยกันด้วยเรื่องความคาดหวัง ทุกคนเป็นห่วงเด็กๆ เห็นปัญหาเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคนี้ ที่เด็กๆต้องเผชิญ หลายคนเป็นทั้งพ่อแม่และครู มีความกดดันมากมายที่จะดูแลเด็กๆให้ดี ในขณะเดียวกัน พวกเราชวนกันว่า แล้วทำยังไง ให้เราดูแลตัวเองให้มีความสุข มีพลังได้ด้วย

ตอนเริ่มเราชวนคุยว่า คิดว่าโค้ชคืออะไร ก่อนจะพาลองทำแบบฝึกหัดต่างๆไปด้วยกัน แบบฝึกหัดแรก ชวนฟังด้วยหัวใจ


พ่อแม่สะท้อนหลังกิจกรรมแรกไปในคล้ายๆกัน

“รู้สึกว่าต้องหยุดตัวเองลงบ้าง ฟังคนอื่น มองคนอื่น ตอนเราฟัง เราจมแต่เรื่องราวของตัวเราเอง ไม่หยุดนิ่งๆ ฟังเขา”

"เราอยู่กับคนไข้ พอฟังแล้วก็แบบ เออ เราเห็นเขา เราจับพลังงานกันได้ คือฟังให้ได้ยินสิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกมา เวลาเราฟังลูก ฟังพ่อแม่ของคนไข้ การฟังทำให้เราลึกลงไป ฟังให้เห็นว่าพ่อแม่กังวลหรือคาดหวังกับอะไร เราจะได้ช่วยเขาได้อย่างแท้จริง”

“เวลาเราฟังลูก อาจจะต้องฟังสิ่งที่ลูกไม่พูด หรือเรามองข้ามไป หรือเซนส์ที่เขาอยากสื่ออสารกับเราแต่ออกมาเป็นคำพูดไม่ได้”

“เหมือนเราฟังแล้วเราทะเลาะกับตัวเอง อยากจะถามเพื่อนเหลือเกิน แต่กติกาบังคับไว้ จนเราเจอว่า เออ บางทีคำถามไม่ได้ถาม แต่มีคำตอบออกมาเองได้”

วิทยากรเสริมว่า “เราอดทนรอได้ไหม คำตอบจะมา เมื่อถึงเวลา เปิดโอกาสให้คนที่เราคุยด้วยได้อธิบาย” พร้อมกับเสริมให้ลองใช้การถามคู่สนทนา แทนการสรุปการสอน 


หลังเบรก เราชวนกันลงลึกในตัวเองมากขึ้น ทบทวนสิ่งที่เป็นเรา แล้วสังเกตเพื่อน การแลกเปลี่ยนนี้ชวนพ่อแม่มองให้เห็นถึงการตีความ และความคิดแบบเหมารวม ความคิดอัตโนมัติที่ทำให้เราเข้าใจคนตรงหน้าได้ยากขึ้น โดยเฉพาะ กับคนในครอบครัว ซึ่งเรามักเชื่อว่า เรารู้จักเค้าดี 

วิทยากรเสริมตรงนี้ว่า “ความคิดมากมายมันมีที่มา มีชุดประสบการณ์ มีเบื้องหลังค่ะ ถ้าเราช้าลง เราจะมองเห็นชัดขึ้น และมองเห็นทั้งตัวเอง และคนในครอบครัวเราได้ดีขึ้น” 

“การเป็นพ่อแม่ มุมมองของเรา มีผลต่อ self image ของลูก เช่น สอนการบ้านลูก ลูกไม่อยากทำ แล้วเรามีความคิดที่เราตัดสินเขา เช่น “ขี้เกียจ” คำนี้จะกลายเป็น self image เขาจะคิดว่าเขาเป็นอย่างนั้น เราตัดสินตลอดเวลาค่ะ แต่เราหยุด จะรู้ตัวได้ไหม จะดีไหมถ้าเราตั้งข้อสังเกต “เอ๊ะ แม่เห็นว่าวันนี้ลูกไม่ค่อยอยากทำการบ้าน” แทนที่จะตัดสินว่าสิ่งนี้คือ ขี้เกียจ หรือ ไม่อดทน”




ช่วงบ่าย เรามาเข้าใจคำว่า Sensing ให้มากขึ้น เมื่อเราถูกเปลี่ยนโฟกัส ลองเปลี่ยนระสารทสัมผัสจากการมองเป็นฟัง จากฟังเป็นสัมผัส เราจะรับรู้อะไรบ้าง รู้สึกยังไงบ้าง ซึ่งกิจกรรมนี้ที่ขอนแก่น พ่อแม่หลายคน ได้เห็นไปถึงใจของลูก เห็นคำว่า Empathy ได้ชัดขึ้นมาก 

“เราอยากสังเกตลูกมากกว่านี้ อยากสัมผัส และรับรู้กันให้ได้มากขึ้น” 

“คิดถึงลูกว่าเราเคยหยุดเพื่อที่จะใส่ใจในรายละเอียดเขาขนาดนี้ไหม ด้วยชีวิตประจำวันของเราที่รีบ ที่เห็นทุกอย่างเป็นปกติจนมองข้ามหลายๆอย่างไป”

“เรื่องสัมผัส เหมือนให้เด็กรู้เนื้อรู้ตัวและมีความผูกพันกับเรา นวดเขา เขารู้สึกมั่นคงมั่นใจขึ้น เลยอยากแชร์ว่า มากกว่าเสียง เราสัมผัสเขา หรือแค่แตะไหล่ ก็เป็นพลังความมั่นคง”

“ตอนเรากังวล หยุด ตั้งสติก่อน เราจะไปทางไหน”

“เราพบว่า กับลูก เราต้องวางใจกัน การวางใจเป็นศรัทธาและให้เกียรติซึ่งกันและกัน พอเราวางใจเขา ให้เกียรติเขา เขาก็ให้เกียรติเรา”

“เราต้องจูนกันก่อน ถ้าเราไม่เคยจูนกันมาก่อน ก็คงหากันไม่เจอ ไปข้างหน้าด้วยกันยาก”

พ่อแม่คิดกันเยอะ แลกเปลี่ยนข้อค้นพบกันเยอะมาก วิทยากรปิดวันแรกด้วยการบ้าน ให้ไปลองฝึกฟัง และลองนวดคนที่บ้าน ^^




วันที่สอง พ่อแม่กลับมาเล่าให้ฟังถึงผลการบ้าน 

“เราช้าลงแล้วเห็นว่า ลูกรับรู้ทุกอย่างเร็วมาก รับรู้พลังงานเรา แค่เราถอนหายใจเขาก็รู้ว่าเราไม่โอเคแล้ว”

“เมื่อวานเราชนกับสามีแล้วทำอาหารหก ทั้งบ้านเหมือนถูกฟรีซ แต่พอเรารู้ตัวทัน ไม่โวยวาย แค่บอกอะงั้นช่วยกันเก็บ บรรยากาศก็กลายเป็นดีได้”

วิทยากรปิดท้าย “กับคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ๆ มันยาก ถ้าเรารู้ตัวว่าเราเผลอ ก็หยุด แล้วค่อยไปต่อ”

วันนี้ชวนพ่อแม่เห็นให้ชัดถึงการตีความอีกครั้ง และชวนให้เปิดรับกับปัจจุบันขณะ ไม่เอาประสบการณ์เดิม มาจับสิ่งใหม่ทุกอย่างลงกล่องเก่า ซึ่งน่าจะช่วยให้เราสนุกไปกับเด็กๆได้มากขึ้น มองเห็นทั้งตัวเองและเด็กๆได้ชัดขึ้นด้วย



เราทำกิจกรรมกันต่อให้พ่อแม่ได้ลองทบทวนความเป็นตัวเองมากขึ้น เห็นความกดดัน เห็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ก่อนที่จะมองลองฝึกตั้งคำถาม ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือการโค้ช

ความยากที่สุดที่หลายคนพูดถึง คือการที่เราจะหยุดตัวเองให้ไม่บอกคำตอบ (ซึ่งเราไม่มีทางรู้วามันเป็นคำตอบที่ถูกที่สุด ดีที่สุดจริงมั้ย” และไม่แนะนำสั่งสอน (เพราะเราไม่มีทางเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดและรู้จักเค้าดีเท่าตัวเค้าเอง) ซึ่งมันยากมาก สำหรับพ่อแม่ที่เป็นห่วง และอยากบอกคำตอบให้เลย

“เราสังเกตว่าการใช้เสียงเรียบๆ ไม่ปรุงแต่งใส่เขา ถามเราเรียบๆ ทำให้เขาเล่ามันออกมาเองได้ โค้ชชิ่งคือการที่เราให้อิสระ ให้พื้นที่กับเขา ไม่ไปตัดสิน”

“ชวนกลับมาเห็นตัวเอง เราช้า เรารอได้ เรายอมให้เพื่อนนิ่งได้นานๆ เราอยู่ด้วยกันอย่างเต็มที่ ให้เขาตอบอะไรก็ได้”

วิทยากรเสริมว่า “เราต้องคิดดีๆ ว่าเราอยากให้ลูกได้อะไร เช่น อยากให้เขาได้คำตอบ หรืออยากให้เขาคิดเองได้ แต่ถ้าเราตั้งคำถามว่า ทำไมถึงคิดเรื่องนี้ไม่ได้ อะไรรบกวน อะไรขวางทาง อะไรทำให้คุณกลัว น่าจะเป็นบทบาทให้เขาเป็นเจ้าของการเรียนรู้นี้ได้ และเขาต้องการอะไรจากเรา เขาขอคำปรึกษา หรือให้เราโค้ช บางคนไม่ได้ต้องการการโค้ช บางทีเราแค่อยากบ่น อยากเล่าให้ฟัง เราใช้ Sensing ได้ หรือถามเขาได้”

“วางสมมุติฐานและคำตอบปลายทางของเราไว้ แล้วค่อยๆช่วยให้ลูกมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ความยากคือ ถ้าเรื่องของเขาคล้ายเรา เราจะอินทันที ฉันจะมีสมมุติฐานมาเลยว่าจะเป็นยังไง”



หลังกิจกรรม ชวนปิดวงกันว่า แล้วเราคิดว่าโค้ชคืออะไร

“โค้ชคือคนที่คอยรับฟัง ไม่เอาตัวเองไปบอกให้เค้าทำอะไร แต่ให้ลองไปนั่งในใจเขา ไม่เอาประสบการณ์ตัวเองไปตัดสิน” 

“เปิดพื้นที่ให้เขาได้ทบทวนปัญหาของเขา โดยที่เราค่อยๆพาเขาไปค้นหาคำตอบ ให้เขาได้คำตอบในตัวเขาเอง” 

“ช่วยให้ลูกไปถึงเป้าหมายของเขาเอง เข้าใจเขาให้ชัด อยู่เคียงข้าง เพื่อให้เขาไปสู่ความปรารถนานั้นด้วยตัวเขาเอง”

“โค้ชเป็นพื้นที่ปลอดภัย เวลามีปัญหา นึกถึงใครดี อ๋อ คนนี้ แล้วนำพาให้เขาไปได้”

วิทยากรเสริมปิดท้าย “โค้ชคือทักษะการเป็นมนุษย์ค่ะ”




ปิดวงกันด้วยการพูดถึงความรู้สึกตลอด 2 วัน และสิ่งที่พ่อแม่อยากนำไปฝึกกันต่อ ฟังแล้วรู้สึกถึงพลังและความมุ่งมั่น ที่ทำให้เราได้ปิดโมดูลนี้ไปแบบที่จะต้องรู้สึกคิดถึงเลย

เรียนรู้ไปกับเด็กๆด้วยกันนะคะ

พวกเราส่งพลังให้ด้วย ^_^

Related content
Powered by MakeWebEasy.com